อาศรมหมอพร : Unseen Navy

พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง  ประสูติเมื่อ 19 ธันวาคม 2423  ทรงเป็นต้นราชสกุล “อาภากร” ทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรก ที่สำเร็จการศึกษา วิชาการทหารเรือ  จากราชนาวีอังกฤษ  ทรงได้รับสมัญญาเป็น องค์บิดาแห่งกองทัพเรือ ซึ่งทหารเรือยกย่องและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด เนื่องจากพระองค์ทรงริเริ่มวางรากฐานกิจการทหารเรือ และนำความเจริญมั่นคง และรุ่งเรืองมีสมรรถภาพสู่กองทัพเรือเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป ทำให้ทัพเรือไทยทันสมัยมีมาตรฐาน และเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยะประเทศ ” จนกระทั่งพระชนมายุได้ 30 พรรษาเศษ ก็ทรงออกจากประจำการ

นอกจากการทหารเรือแล้ว พระองค์ยังทรงสนพระทัยในวิชาการแพทย์แบบบูรณาการ การแพทย์แผนโบราณจากตำราไทยพื้นบ้านและวิชาการแพทย์ตะวันตกพระองค์ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณลงในสมุดข่อยและทรงตั้งชื่อตำรายาแผนไทยสมุดข่อยว่า “พระคัมภีร์ อติสาระวรรค โบราณะกรรม และ ปัจจุบันนะกรรม”

ทรงใช้เวลาว่างศึกษาวิชาแพทย์ทั้งแผนปัจจุบัน และแผนโบราณ ไม่เพียงแต่พระยาพิษณุประสาทเวช หัวหน้าหมอหลวงฝ่ายยาไทยเท่านั้นที่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาให้พระองค์ ยังมีพระอาจารย์แพทย์ท่านอื่นๆอีกหลายท่าน เช่น หมอโบโตนี่ ชาวอิตาเลียน และ หมอมิตตานี่ ชาวญี่ปุ่น ทรงศึกษาอย่างคร่ำเคร่ง  และออกรักษาประชาชนผู้ยากไร้โดยไม่คิดทั้งค่ายาค่ารักษา

ในไม่ช้าวังของพระองค์ก็แปรสภาพเป็นโรงพยาบาล มีการตรวจรักษาด้วยแผนโบราณและสมัยใหม่ โดยใช้วิธีตรวจเลือด ตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ แต่รักษาด้วยยาสมุนไพรโบราณ ทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บแก่คนทั่วไปด้วยพระองค์เองโดยไม่คิดค่ารักษาหรือค่ายา ทรงฉลองพระองค์แบบง่าย ๆ ใส่เสื้อราชปะแตนและนุ่งผ้าม่วงตามสมัยนิยมในยุคนั้นถือไม้เท้ากระเป๋าล่วมยา ผู้ที่มีความเดือดร้อนจะได้รับความเมตตาจากพระองค์

ประชาชนในสมัยนั้นรู้จักพระองค์ท่านเป็นอย่างดีในนามของ “หมอพร” ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์ในพระอัธยาศัยของพระองค์อีกด้านหนึ่งว่า ทรงเมตตาอารี ต่อคนทุกชั้น แม้ผู้ที่มิใช่ทหารเรือ ยังเคารพนับถือ พระองค์เป็นที่สุดเช่นกันพระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าตำรายไทยอย่างจริงจัง ถึงกับทรงสั่งกล้องจุลทรรศน์มาใช้ในการวิจัย ทรงมีห้องพิเศษเรียกว่า “ห้องเคมีวิทยาศาสตร์” ซึ่งมีเครื่องสกัดตัวยาที่ทรงสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดการทดลองสกัดตัวยาจากสมุนไพร ด้วยพระองค์เอง  ขณะทรงงานจะทรงแต่งองค์อย่างหมอฝรั่ง มีผ้ากันเปื้อน  โดยมีพระโอรสและพระธิดาคอยช่วยถวายงานอยู่ด้วยเสมอ เมื่อครั้งทรงงานในฐานะ “หมอพร” พระองค์ยังเคยปรุงยาหอมจำหน่าย โดยทรงใช้ ตราพระอาทิตย์ชักรถ เป็นตราสินค้าด้วย

พระนาม “หมอพร”และ “เสด็จเตี่ย” มีที่มาอย่างไร

เมื่อเริ่มแรกที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ทรงทำการรักษา คนไข้ที่มาไม่รู้จักว่าพระองค์เป็นใคร จนวันหนึ่งมีคนไข้คนหนึ่งถามชื่อของหมอ พระองค์ไม่โปรดที่จะเปิดเผยองค์จริง เพราะเกรงว่าคนไข้ทั่วไปหรือคนไข้ที่ยากจนจะไม่กล้ามารักษา ถ้าทราบว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้า จึงตรัสตอบคนไข้ผู้นั้นไปว่า ผมชื่อ “หมอพร” และทรงรับสั่งให้คนไข้เรียกแทนพระองค์ว่า “หมอพร” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ในการเก็บค่ารักษา หมอพรจะเก็บแต่เพียงค่ายกครูตามธรรมเนียมเท่านั้น ไม่เคยคิดเก็บค่ารักษาเพิ่มเติม และผู้ที่ได้รับการรักษาจากพระองค์ก็มักจะหายดีในเวลาไม่นานแทบทุกราย จึงทำให้ชื่อเสียงของหมอพร เป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วพระนครในเวลานั้น

หมอพร” ทรงโปรดที่จะเสด็จไปรักษาผู้ป่วยตามย่านต่างๆ อยู่เสมอ คนไข้บางคนยากจน ไม่มีเงินจ้างรถพาไปรักษา หากพระองค์ทรงทราบก็จะเสด็จไปรักษาให้ โดยทรงใช้รถยนต์เล็กที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานให้มีชื่อว่า “เอนกพล” เป็นพาหนะ

เมื่อพระองค์เสด็จไปตรวจคนไข้ในย่านชาวจีนบ่อยเข้า พวกคนจีนก็เกิดความคุ้นเคยและเคารพศรัทธา มักจะจัดหาขนมอย่างชาวจีน เช่น ขนมจันอับ ถั่วตัด งาตัด มาถวายเสมอๆ และพากันเรียกพระองค์ว่า “เตี่ย” และนี่คือที่มาของพระนาม “เสด็จเตี่ย” ที่พวกเรารู้จักคุ้นหูกันจนทุกวันนี้

 

ด้วยพระเกียรติคุณและความเมตตาที่ทรงมีคุณอย่างอเนกอนันต์ในด้านการทหารเรือ และ ด้านการแพทย์ รวมทั้งในวาระโอกาสครบ ๑๐๐ ปี (ปี พ.ศ.๒๕๕๔) กำเนิดแพทย์เชิงบูรณาการในประเทศไทย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (หมอพร) กรมแพทย์ทหารเรือ และมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงได้ดำเนินโครงการจัดสร้าง “อาศรมหมอพร” และหุ่นขี้ผึ้ง “หมอพร” ขนาดเท่าพระองค์จริง ประดิษฐานอยู่ภายใน เพื่อเทิดพระเกียรติ และเผยแพร่พระเกียรติคุณของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และถือเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เป็นที่พึ่งทางใจให้กับข้าราชการ ประชาชน ผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งยังเป็นที่เรียนรู้เรื่องแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ ต่อไป

องค์จำลอง “หมอพร” ขนาดเท่าพระองค์จริง ลักษณะขณะนั่งทรงงานโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ในห้องปฏิบัติงานทางการแพทย์ ประดิษฐาน ณ อาคารทรงแปดเหลี่ยม

 

โดยใช้ภาพต้นแบบ ที่พระองค์ท่านทรงงานในห้องปฏิบัติงานทางการแพทย์ และทรงแต่งองค์อย่างหมอฝรั่ง ทรงเสื้อเชิ้ต ผูกเน็คไท และมีผ้ากันเปื้อน อีกทั้ง ยังใช้รูปประกอบในอิริยาบถ ต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการปั้นองค์ เพื่อให้ได้ลักษณะที่เสมือนจริงมากที่สุด จัดสร้างโดย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาในการดำเนินการจัดสร้าง ทั้งสิ้นประมาณ ๓ ปี โดยเริ่มจัดสร้างเมื่อ ๑๑ ก.ย.๕๓ แล้วเสร็จและส่งมอบงาน เมื่อ ๒๔ พ.ย.๕๖

 

 

 

ในส่วนต่อเนื่องได้สร้าง “อาคารเรียนรู้เรื่องแพทย์บูรณาการ” โดยภายในอาคารเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการพระประวัติ พระอัจฉริยภาพที่ทรงบูรณาการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนปัจจุบันเข้าด้วยกัน

รวมถึงจัดภูมิทัศน์รอบอาศรมหมอพร เป็น “สวนรักษ์สุขภาพ” ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

 

 

โครงการก่อสร้าง อาคารอาศรมหมอพร และอาคารเรียนรู้เรื่องแพทย์บูรณาการ กรมแพทย์ทหารเรือ ใช้งบประมาณในการจัดสร้างทั้ง ๕ ส่วน มากกว่า ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยมูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ และกรมแพทย์ทหารเรือ อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนเริ่มต้นการก่อสร้างเป็นเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และเมื่อ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารอาศรมหมอพร และอาคารเรียนรู้เรื่องแพทย์บูรณาการ ฯลฯ โดยมี พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้า ฯ รับเสด็จ ฯ​

อาคารอาศรมหมอพร และอาคารเรียนรู้เรื่องการแพทย์บูรณาการ แบ่งเป็น ๕ ส่วน คือ

ส่วนที่ ๑ อาคารอาศรมหมอพร เป็นอาคารทรงแปดเหลี่ยม ภายในจัดเป็นห้องทรงงาน และเป็นที่ประดิษฐานองค์จำลอง หุ่นขี้ผึ้ง “หมอพร” ขนาดเท่าพระองค์จริง เพื่อเป็นสถานที่สักการะบูชา และเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของกำลังพลกรมแพทย์ทหารเรือ ผู้ป่วย ตลอดจนประชาชนทั่วไป

ขอบคุณภาพภายในอาคารเรียนรู้จากเฟสบุค Phongsathorn Sesavej

ส่วนที่ ๒ อาคารเรียนรู้เรื่องการแพทย์บูรณาการ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในอาคารเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการพระประวัติของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน
ใช้ต้นแบบจากอาคาร “หมอพร” ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร

ส่วนที่ ๓ โครงสร้างเขื่อนกั้นดินรอบสระน้ำ เป็นแนวขอบเขตสระน้ำ มีที่มาจากรูปของนกหวีดเรือ ซึ่งเป็นสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นเครื่องประดับสำคัญของบุคคลที่มีอาชีพทางทะเล ในการเดินเรือ

ส่วนที่ ๔ การจัดภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบอาคาร เป็นสวนรักษ์สุขภาพ (Healing Garden)

ส่วนที่ ๕ การจัดนิทรรศการแสดงถึงพระประวัติและอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านในการบูรณาการการแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ตะวันตกเข้าด้วยกัน

อาศรมหมอพร และ อาคารเรียนรู้เรื่องแพทย์บูรณาการ ตั้งอยู่ที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ขอบคุณภาพบางส่วนจากเพจ มูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ และกรมแพทย์ทหารเรือ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *