วันบริพัตร : ๒๙ มิถุนายน

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

วันบริพัตร : ๒๙ มิถุนายนตรงกับวันคล้ายวันประสูติของจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ในวันนี้ของทุกปีกองทัพเรือจะจัดงานเพื่อเทิดพระเกียรติ และเพื่อเป็นการสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์โดยจัดงาน ณ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓๓ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ในสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี 

พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในพระเจ้าแผ่นดินถึง ๓ รัชสมัยคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณในหน่วยงานสำคัญหลายหน่วยงานทำให้ทรงรอบรู้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้เป็นผลสำเร็จจนเป็นที่นับถือในพระปรีชาสามารถเลื่อมใสศรัทธาในพระจริยวัตร

พระองค์ทรงเป็นเสมือนหลักชัยของประเทศที่มีส่วนเสริมสร้างรากฐานความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าให้กับส่วนราชการต่างๆ มากมายพระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสนาธิการทหารบก เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกรมพระนครสวรรค์ฯ ทรงเป็นเสมือนเสาหลักของการบริหารบ้านเมือง ทรงได้รับความไว้วางพระทัยให้บริหารงานหน่วยงานสำคัญๆ เช่นกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย

และยังทรงเป็นประธานสภาอภิรัฐมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการสั่งราชการงานแผ่นดิน เป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนครครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ

หรือมิได้ประทับอยู่ในพระนครเป็นเวลาหลายวันอีกด้วย

ในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือเป็นเวลาประมาณ ๑๗ ปี  พระองค์ได้ทรงวางรากฐานแห่งความเจริญด้านต่างๆ ให้กองทัพเรือได้ยึดถือเป็นระเบียบปฏิบัติจนถึงปัจจุบัน เช่น การจัดระเบียบราชการในกองทัพเรือ การจัดทำข้อบังคับสำหรับทหารเรือ การจัดระเบียบการเรียนการสอนในโรงเรียนนายเรือใหม่ สร้างอู่ต่อเรือ จัดให้มีพระธรรมนูญศาลหารเรือ และกรมพระธรรมนูญทหารเรือ ปรับปรุงการสหโภชน์ และตั้งโรงเรียนสูทกรรมตั้งกองดุริยางค์ทหารเรือ ตั้งคลังแสงทหารเรือ ปรับปรุงการแพทย์ทหารเรือให้เจริญ สนับสนุนการก่อตั้งราชนาวิกสภา กำหนดรูปแบบริ้วกระบวนเรือพระราชพิธี ปรับปรุงเห่เรือ และสร้างเรือพระราชพิธีขึ้นใหม่ 

รวมถึงทูลเกล้าฯถวายโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือ.. ๒๔๕๓ของนายพลเรือตรีพระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม .. ๑๒๙ (..๒๔๕๓) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องมีเรือดำน้ำของไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ ด้วยทรงโปรดดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์  ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษและเยอรมันได้ทรงใช้เวลาว่างศึกษาดนตรีเป็นส่วนพระองค์  จนแตกฉานถึงขั้นอ่านเขียนโน้ตสากลและแยกเสียงประสานดนตรีได้เมื่อทรงศึกษาจบวิชาทหารในประเทศเยอรมันแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯให้ทรงไปควบคุมงานที่กระทรวงทหารเรือ  จึงทรงปรับปรุงกองแตรวงและวงดนตรีไทยของกองทัพเรือจนรุ่งเรือง  ทรงกำหนดหลักสูตรการศึกษาวิชาการดนตรีเรียกว่า วิชาการแตรเมื่อ..๒๔๔๙ต่อมาในปีพ..๒๔๗๘วงดนตรีของทหารเรือซึ่งเดิมชื่อว่ากองแตรได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมวดดุริยางค์ทหารเรือขึ้นการบังคับบัญชากับสถานีทหารเรือกรุงเทพ สามารถปฏิบัติภารกิจทั้งในงานพระราชพิธี รัฐพิธี และงานบรรเลงต่างๆ จนได้รับคำชมเชย และสร้างชื่อเสียงให้กองทัพเรือตลอดมาจวบจนปัจจุบัน

จากการที่พระองค์ทรงวางรากฐานแห่งความเจริญด้านการศึกษาให้กับนายทหารเรือ ประกอบกับสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูงเป็นหน่วยที่มีภารกิจในการดำเนินการในเรื่องการฝึก และศึกษาวิชาการทหารเรือชั้นสูง และวิทยาการที่จำเป็นแก่นายทหารสัญญาบัตรเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการได้ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง จึงได้รับการพิจารณาให้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระอนุสาวรีย์ของพระองค์

ขอบคุณข้อมูลจาก กองทัพเรือ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *